FIN Feature ใหม่ Trending Asset สำหรับดูความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ลงทุนต่างๆแบบง่าย จบได้ในทัชเดียว

29 July 2019 – FIN App กองทุนรวม version 3.10 ล่าสุดนั้นมีความสามารถใหม่ ที่ยังอยู่ในช่วงทดลอง (หรือที่เรียกว่า เบต้าเทสติ้ง)  Feature ใหม่นี้ผมเรียกว่า Trending Asset ใน blog นี้จะมาเล่าถึง แนวคิด และ ผลลัพธ์ของความสามารถใหม่นี้กันนะครับ

ทำไมต้องมีฟีเจอร์นี้ ?

  • ผมพัฒนา FIN และนำขึ้น Apple Appstore มาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่ง จะมีฟีเจอร์ดั้งเดิมคือ Fund Rank ทีนี้ด้วย Fund Rank นั้น คุณสามารถที่จะกรองประเภทของกองทุนรวม (Fund Type) และ เลือกเวลาที่พิจารณาย้อนหลังได้ (Timeframe)  ก็จะเห็นกองทุนประเภทนั้นๆ เรียงตามลำดับ Total Return ตามช่วงเวลาต่างๆ  อันนี้คือความสามารถพื้นฐานปกติของ Fund Rank   ซึ่งคุณจะต้องทราบ Fund Type หรือผมจะเรียกว่า Investment Asset Type ที่สนใจก่อน ถึงจะกดเลือกเข้าไปดูว่ามีกองทุนใด ที่น่าสนใจบ้าง
  • แต่ทีนี้โดยส่วนตัวผมเองนั้น   ในหลายๆ ครั้ง ผมต้องการทราบว่า  ณ ปัจจุบันนี้  มี Asset Type ใดบ้าง ที่กำลังมี Trending เกิดขึ้นอยู่ ซึ่ง Trending คือ แนวโน้ม  นั่นแปลได้ว่า เป็นไปได้ทั้งแนวโน้มพุ่งขึ้น และ พุ่งลง
  • ซึ่งถ้าใช้ Fund Rank ผมจะต้องกดดู Fund Type หลายประเภทเยอะมาก และ พิจารณาด้วยหลายช่วงเวลา (Timeframe) ซึ่งเมื่อกด Fund Rank เยอะๆ แล้ว จะมึนครับ และจำไม่ได้ เพราะข้อมูลเยอะ  ซึ่งเลยเป็นที่มาที่ผมจะต้องออกแบบพัฒนาฟีเจอร์ใหม่นี้ขึ้นมา  เลยตั้งชื่อฟีเจอร์ใหม่นี้ว่า Trending Asset นั่นเอง โดยกดทัชเดียว เห็นเลยครับ ว่า ณ เวลานี้ อะไรกำลังพุ่งขึ้นหรือลง และ เทียบกับ Asset Type อื่นๆ โดดเด่นฉีกจากกลุ่มขนาดไหน
  • แต่ทั้งหมดนี้ ฟีเจอร์ใหม่นี้ ยังอยู่ในช่วงของการทดลองนะครับ ซึ่งผมเปิดรับ user feedback ให้เขียนเข้ามา เพื่อให้ความเห็นได้ฮะ  เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป  รวมถึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าจะพัฒนาต่อไป หรือว่า หยุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่นี้ด้วยเช่นกันนะครับผม 🙂

 

หน้าตา Feature ใหม่นี้เป็นอย่างไร ลองดูได้จากภาพด้านล่างนี้

IMG_3331
FIN Trending Asset @ 29 June 2019

ภาพด้านบนนี้ เป็นการกดดู Trending Asset ณ ช่วงประมาณวันที่ 29 June 2019 ซึ่งช่วงจังหวะนั้น  ตลาดหุ้นไทย กำลังดีดตัวพุ่งทะยาน และ ช่วงเวลานั้น กลุ่ม ทองคำ และ Property Fund ก็พุ่งทะยานเช่นกัน ข้อมูลเหล่านี้ เราจะกดดูได้ทันที และ รู้ทันที ว่า ณ ช่วงเวลานั้นๆ  กลุ่ม Investment Asset ใด มีการเคลื่อนตัวเป็นอย่างไร กลุ่มไหนกำลังเด่น (ทั้งขึ้น และ ลง)

ต่อด้วยอีกหนึ่งตัวอย่าง ครับ ภาพด้านล่างนี้

IMG_3402
FIN Trending Asset @ 14 July 2019

ภาพด้านบนคือ ผลลัพธ์เมื่อกดดู Trending Asset ณ วันที่ 14 July 2019  ซึ่งจะพบว่า ณ วันนั้นจากข้อมูลที่มีอยู่ Asset Type กลุ่มที่ลงทุนในเทคโนโลยี นั้นพุ่งแรงมาก  และตามด้วยกลุ่มของ Property Fund ที่ พุ่งฉีกขาดออกจาก กลุ่มหุ้นไทย ซึ่งหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ลดความร้อนแรงลง เป็น Sideway หลังจากขึ้นมาแรง แต่แนวโน้มก็ยังใช้ได้ดีอยู่  ย้ำนะครับ ข้อมูลเหล่านี้พิจารณาจากข้อมูลในระบบ ณ วันที่ 14 July 2019 นั่นเอง

เบื้องหลังการคำนวณ Trending Asset คืออะไร?

เป็นการคำนวณโดยอาศัยศาสตร์ความรู้ด้าน Data Science ที่โดยส่วนตัวผมกำลังศึกษาอยู่  แต่ทั้งหมดนี้เป็นการคำนวณโดยใช้ข้อมูลในอดีตในหลายๆ ระยะเวลาพิจารณา รวมถึงใช้ข้อมูลในอดีตในหลายสัปดาห์มาประมวลผล  เพื่อให้เราเห็น Insight สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ณ เวลาปัจจุบัน ที่เรากำลังกดดู Trending Asset ตรงนี้นะครับ   ขอย้ำนะครับข้อมูลตรงนี้ไม่ได้บ่งบอกอนาคต ว่ามันจะกำลังเป็นขาขึ้น หรือ กำลังจะเป็นขาลง  เพราะการ Prediction ลักษณะนั้น ถ้าผมจะพัฒนาขึ้นมาจริงๆ จะต้องใช้ศาสตร์ความรู้ด้าน Machine Learning (AI แขนงหนึ่ง) มาสร้างโมเดลการทำนาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยฮะ กับการสร้างโมเดลทำนาย สิ่งที่จริงๆ “อาจจะ” ไม่สามารถทำนายได้ 🙂  หรือ “อาจจะ” ทำนายได้แต่ ความแม่นยำถูกต้องไม่มีทางเป็น 100% ได้ครับผม

การคำนวณ Score ต่างๆ ที่จะเห็นตัวเลขทางด้านขวาในรูป ตรงส่วนของตารางนั้น   เป็นการคำนวณแบบ Relative Score นะครับ  นั่นแปลว่า  ค่า Score จริงๆ ไม่ได้มีความหมายในเชิงจำนวนหน่วยของ Score ฮะ แต่เวลาดู Score ของ Asset Type ใดนั้น ให้ดูเทียบกับ Asset Type อื่นๆ ครับ ว่ามัน เกาะกลุ่ม หรือฉีกตัวขึ้น หรือ ฉีกตัวลง ขนาดไหนอย่างไร  เราจะเปรียบเทียบกันระหว่าง Asset Type ได้ นั่นเอง

ค่า Score นั้นหากเป็นตัวเลขบวกยิ่งมาก (เมื่อเทียบกับของ Asset Type อื่นๆ) นั่นแปลว่า ในเวลานี้ (เวลาที่กดดูใน Trending Asset)  Asset Type นั้นๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในทางตรงกันข้ามนะครับ หากเจอตัวเลขลบ (ติดลบ) ยิ่งมากขึ้น แสดงว่า มีปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง   และในกลุ่มที่มีค่า Score ใกล้ๆ 0 (ทั้งทางบวก และ ทางลบ) แสดงว่า อยู่ในจุดที่ แรงบวก หรือ แรงลบ ลดลงครับ (แผ่ว)  อาจจะเข้าสู่สภาวะ sideway นิ่งๆ พักตัว ลดความร้อนแรงลง หรืออีกนัยยะนึงคือช่วงเวลานี้ๆ Asset Type นั้นๆไม่ได้มีการเคลื่อนที่ของราคาที่รุนแรงฮะ เนิบๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป 🙂

สำหรับวิธีการเข้าไปใช้ Trending Asset นั้น สามารถเข้าผ่านหน้าจอ Fund Rank ได้เลยนะครับ ตามตัวอย่างหน้าจอรูปด้านล่างนี้ครับ  จะมีปุ่ม Trending Asset อยู่ทางด้านบนนะครับ

IMG_3421
New Fund Rank User Interface

สรุปปิดท้าย ผมได้ประโยชน์อะไรจากฟีเจอร์ Trending Asset ใหม่นี้ ?

  • ผม “คาดว่า” ฟีเจอร์นี้จะทำให้ผม รู้การเคลื่อนไหวของ Investment Asset Type ต่างๆ ทั่วโลก (ที่ FIN รองรับ) ได้รวดเร็วขึ้นครับ   เชื่อมั๊ยครับ ว่าที่ผ่านมาโดยส่วนตัวผมเองนั้น ไม่เคยลงทุนใน Property Fund เลยครับ  จนมาเห็นว่ามันน่าสนใจมาก และ พลาดโอกาสมานาน ก็ตอนที่เปิด Trending Asset ดูนี่ล่ะฮะ  🙂
  • เมื่อผมรู้ ความเคลื่อนไหวของประเภทสินทรัพย์ต่างๆ แล้ว ค่อยนำมาประกอบการพิจารณา อัพเดทแผนการลงทุนของผมเองต่อไปได้นั่นเอง  เหมือนขอใช้ Insight จากจุดนี้มาออกแบบ theme การลงทุนของตนเอง ในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง   เพราะก่อนหน้านี้กว่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของ Asset Type ต่างๆ  ต้องมานั่งกดในหน้า Fund Rank ซึ่งใช้เวลาเยอะ และ มึนด้วยนะครับ 5555+

แต่ย้ำนะครับ ว่า ฟีเจอร์นี้ไม่ได้บอก อนาคตของ Investment Asset ใดๆ  แต่มันแค่ วัดค่า (ผ่านการ scoring) ออกมาโดยคำนวณจากข้อมูลในอดีต และ สรุปออกมา ณ จุดที่เรากดใช้ Trending Asset ครับ ทำให้ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปนั่งเคาะใน Fund Rank หลายรอบครับ

อ้อ ข้อมูล Trending Asset ตรงนี้จะมีการคำนวณและ Update ทุกๆ วันอังคาร ยาวไปจนถึงวันเสาร์  (ถ้าเป็นสัปดาห์ปกติ ที่ไม่มีวันหยุดคั่นใดๆ) เวลาประมาณ 2.30pm นะครับผม

และท้ายสุดนี้ ฟีเจอร์นี้ก็ยังอยู่ในช่วงการทดลอง และเฝ้าดูจากทางผม และ user ที่กำลังจะได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้ครับ หากมี feedback ใดๆ เขียนเข้ามากันได้ตลอดนะครับ  เพื่อมาร่วมกำหนดทิศทาง roadmap ของฟีเจอร์ประเภทนี้ในอนาคตภายใน FIN App ครับ  ซึ่งผมขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับ อนาคตของฟีเจอร์ Trending Asset นี้นะครับ  กล่าวโดยรวมคือ ถ้ามันมีประโยชน์ก็ไปต่อครับ  แต่ถ้าดูแล้วไม่ได้ช่วยอะไรหรือไม่มีประโยชน์ ก็คงตัดออกจาก FIN ครับ  เลยขอใช้คำว่าเป็น ฟีเจอร์ เบต้าเทสติ้ง นั่นเอง

หากอ่านถึงจุดนี้ ต้องขอขอบคุณท่านผู้ใช้มากนะครับ 🙂

Leave a Reply